การสอนแบบมอนเตสเซอรี่มีหลักการสำคัญ 5 ประการคือ
I. เด็กจะต้องได้รับการยอมรับนับถือ ( respect of the child ) ในสภาพที่แตกต่างไปจากผู้ใหญ่ตามลักษณะ เฉพาะตัวและความแตกต่างของพวกเขา
II. เด็กมีจิตใจที่ซึมซาบได ( absorbent mind ) มอนเตสเซอรี่จะเปรียบจิตของเด็กเหมือนฟองน้ำ ซึ่งจะซึมซาบ ข้อมูลจากสิ่งแวดล้อม โดยเด็กจะใช้จิตใจในการหาความรู้และซึมซาบเอาสิ่งต่างๆเข้าไปในจิตใจของตนเอง ได้
III. ช่วงเวลาหลักของชีวิต ( sensitive periods ) คือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดสำหรับการเรียนรู้ ในระยะแรก มอนเตสเซอรี่เชื่อว่าช่วงที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเด็กไม่ใช่ช่วงเวลาที่เรียนในมหาวิทยาวลัย แต่เป็นช่วงอายุ ตั้งแต่เกิดจนถึง 6 ขวบซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สติปัญญาของคนเริ่มพัฒนา
IV. การเตรียมสิ่งแวดล้อม ( prepared environment ) มอนเตสเซอรี่เชื่อว่า เด็กเรียนได้ดีที่สุดในสภาพการจัด สิ่งแวดล้อมที่ได้ตระเตรียมเอาไว้อย่างมีจุดมุ่งหมาย เด็กจะได้ทำกิจกรรมต่างๆตามความคิดของตนเอง โดย เป็นอิสระจากาการควบคุมของผู้ใหญ่
V. การศึกษาด้วยตนเอง ( self or auto-education ) เด็กสามารถเรียนได้ด้วยตนเองในสิ่งแวดล้อมที่จัดเตรียมเอา ไว้อย่างสมบูรณ์ มีสิทธิที่จะเรียนรู้ระเบียบวินัยของชีวิต มีอิสรภาพในการทำงาน และมีโอกาสแก้ไข ข้อบกพร่องของเขาเอง
I. เด็กจะต้องได้รับการยอมรับนับถือ ( respect of the child ) ในสภาพที่แตกต่างไปจากผู้ใหญ่ตามลักษณะ เฉพาะตัวและความแตกต่างของพวกเขา
II. เด็กมีจิตใจที่ซึมซาบได ( absorbent mind ) มอนเตสเซอรี่จะเปรียบจิตของเด็กเหมือนฟองน้ำ ซึ่งจะซึมซาบ ข้อมูลจากสิ่งแวดล้อม โดยเด็กจะใช้จิตใจในการหาความรู้และซึมซาบเอาสิ่งต่างๆเข้าไปในจิตใจของตนเอง ได้
III. ช่วงเวลาหลักของชีวิต ( sensitive periods ) คือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดสำหรับการเรียนรู้ ในระยะแรก มอนเตสเซอรี่เชื่อว่าช่วงที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเด็กไม่ใช่ช่วงเวลาที่เรียนในมหาวิทยาวลัย แต่เป็นช่วงอายุ ตั้งแต่เกิดจนถึง 6 ขวบซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สติปัญญาของคนเริ่มพัฒนา
IV. การเตรียมสิ่งแวดล้อม ( prepared environment ) มอนเตสเซอรี่เชื่อว่า เด็กเรียนได้ดีที่สุดในสภาพการจัด สิ่งแวดล้อมที่ได้ตระเตรียมเอาไว้อย่างมีจุดมุ่งหมาย เด็กจะได้ทำกิจกรรมต่างๆตามความคิดของตนเอง โดย เป็นอิสระจากาการควบคุมของผู้ใหญ่
V. การศึกษาด้วยตนเอง ( self or auto-education ) เด็กสามารถเรียนได้ด้วยตนเองในสิ่งแวดล้อมที่จัดเตรียมเอา ไว้อย่างสมบูรณ์ มีสิทธิที่จะเรียนรู้ระเบียบวินัยของชีวิต มีอิสรภาพในการทำงาน และมีโอกาสแก้ไข ข้อบกพร่องของเขาเอง
ระบบมอนเตสเซอรี เด็กๆ จะเรียนรู้ผ่านสื่อและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ครูจัดไว้ให้ โดยสื่อและอุปกรณ์เหล่านี้จะทำให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ ตา หู จมูก ปาก และกายสัมผัส เพื่อให้เด็กได้พัฒนาและใช้ประสาทสัมผัสครบทุกด้าน เพราะประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ ช่องทางที่ทำให้คนเราใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ถ้าเราใช้แค่ตาดู หูฟัง เท่านั้น ประสิทธิภาพการรับรู้ย่อมน้อยกว่า ยกตัวอย่าง เช่น จะสอนเรื่องภาษาให้เด็กรู้จักตัวหนังสือ เด็กก็จะได้เล่นและใช้มือสัมผัสกับตัวอักษร ที่ทำจากกระดาษทราย หรือถ้าเรียนเรื่องตัวเลขก็จะมีแท่งไม้ให้เด็กหัดใส่ลงในช่องที่มีตัวเลขกำกับอยู่ ฯลฯ
นอกจากเรื่องของภาษาและคณิตศาสตร์แล้ว ยังมีเรื่องของการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน ดูแลสิ่งแวดล้อม มารยาท วัฒนธรรม สังคม และวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นการเรียนโดยผ่านการลงมือทำทั้งสิ้น มอนเตสเซอรีมองว่ากาเรียนแบบนี้จะช่วยให้เด็กใฝ่รู้ใฝ่เรียน มีสมาธิกับการทำงานของตัวเอง และเมื่อทำงานประสบความสำเร็จก็จะเกิดความพอใจ ทำให้อยากเรียนรู้ต่อไป
จุดเด่นของมอนเตสเซอรี่ คือการให้เด็กได้เลือก มีเสรีภาพในการเลือกทำงาน และเมื่อเด็ก ทำงานจนเกิด ความสำเร็จจะทำให้เกิดแรงจูงใจจากภายในทำให้เด็กอยากที่จะทำงานอย่างอื่นให้สำเร็จต่อไป โดยใช้สื่อในการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัยของเด็ก ซึ่งเมื่อเด็กๆ ได้เรียน จากของจริงแล้วจะสามารถนำไปสู่การเรียนรู้ที่เป็นนามธรรมต่อไปได้ (เช่น การเรียนรู้เรื่อง พยัญชนะต่างๆ) อีกจุดเด่นหนึ่งที่เห็นได้ชัดของมอนเตสเซอรี่ ก็คือ ครูจะรู้จักสังเกตเด็ก ซึ่งเป็นทักษะ ที่ครูบ้านเรายังขาดอยู่ แต่สำหรับครูมอนเตสเซอรี่จะต้องฝึกสังเกตเด็ก และรู้ว่าเด็กแต่ละคน มีความ สามารถ มีศักยภาพอย่างไร เพื่อจะส่งเสริมได้ถูกทางต่อไป โดยพื้นฐานเริ่มของมอนเตสเซอรี่เอง จริงๆแล้วมาจากวิธีการสอน ที่ใช้กับเด็กบกพร่อง ทางสติ ปัญญา เพราะเชื่อว่าเด็กสามารถเรียนรู้ได้ และในที่สุดเด็กคนนั้นก็สามารถ เรียนได้ เหมือนเด็ก ปกติ ซึ่งต่อมามีการปรับให้เหมาะสมที่จะใช้สอนเด็กปกติได้ ครูของมอนเตสเซอรี่จึงต้อง ฝึกการ สังเกตเด็กด้วย ขณะเดียวกันตรงจุดนี้ก็กลับมาเป็นข้อจำกัดของครูมอนเตสเซอรี่ ซึ่งถ้า หากไม่ได้ ฝึกมาโดยเฉพาะ การเรียนการสอนก็จะทำได้ไม่เต็มรูปแบบจริงๆ มอนเตสเซอรี่เป็นระบบที่ครูยอมรับ มีเจตคติที่ดีต่อเด็ก ยอมรับเด็กอย่างที่เขาเป็น และจุดนี้ก็เป็น ทั้งจุดเด่นและเป็นข้อจำกัดที่ตัวครูด้วยเหมือนกัน ว่าครูบางคนจะทำได้หรือไม่ ส่วนข้อจำกัด ที่เห็นได้ชัดก็คือ การเรียนการสอนแบบมอนเตสเซอรี่จะเป็นขั้นเป็นตอน มีรูปแบบมาแล้วคือ
1. คุณครูแนะนำงานให้เด็กได้รู้จักชื่อของสิ่งนั้นว่าคืออะไร
2. คุณครูสาธิตวิธีการทำงานให้เด็กดู และ
3. ให้เด็กลงมือทำงาน เพราะมอนเตสเซอรี่ถือว่าการทำงานต้องมีระบบ แล้วจึงให้เสรีภาพในการเลือกทำงานว่าจะทำงานอะไร
1. คุณครูแนะนำงานให้เด็กได้รู้จักชื่อของสิ่งนั้นว่าคืออะไร
2. คุณครูสาธิตวิธีการทำงานให้เด็กดู และ
3. ให้เด็กลงมือทำงาน เพราะมอนเตสเซอรี่ถือว่าการทำงานต้องมีระบบ แล้วจึงให้เสรีภาพในการเลือกทำงานว่าจะทำงานอะไร

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น